Administrator Components

ประวัติวิทยาลัยเทคโนโลยีภูเก็ต


    โรงเรียนภูเก็ตเทคโนโลยีก่อตั้งเมื่อปีการศึกษา 2526 บนที่ธรณีสงฆ์วัดโฆษิตวิหาร เป็นสถาบันในเครือตั้งตรงจิตร ได้เปิดดำเนินการสอนตั้งแต่ปีการศึกษา 2526 และได้มีการเปลี่ยนชื่อจากโรงเรียนภูเก็ตเทคโนโลยี เป็นวิทยาลัยเทคโนโลยีภูเก็ต เมื่อปี พ.ศ. 2550 ตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550
    ด้วยความเชื่อมั่นที่แน่วแน่ของคณะผู้บริหารสถาบันในเครือตั้งตรงจิตร สถานศึกษาชื่อดังในกรุงเทพมหานคร ว่าการจัดการศึกษาต้องมีความตั้งใจจริง ที่จะมอบสิ่งที่มีค่าแก่สังคม โดยนักศึกษาเป็นสื่อกลางที่สำคัญยิ่งที่จะถ่ายทอดคุณค่าต่างๆที่ผู้จัดการศึกษาสร้างสมและปลูกฝังให้ อันประกอบความรู้ด้านวิชาการอย่างดีเยี่ยม ความสามารถในการปฏิบัติถึงขึ้นความชำนาญในวิชาชีพเฉพาะทาง  มีวินัยในตนเอง ในการทำงาน คุณธรรมและจรรยาบรรณในอาชีพจะคงอยู่และแพร่กระจายออกสู่สังคม ตราบชั่วชีวิตของผู้จบการศึกษาเหล่านั้น วิทยาลัยเทคโนโลยีภูเก็ต จึงได้เกิดขึ้นตามเป้าหมายของอุดมการณ์และจุดมุ่งหมายในการจัดการศึกษา พร้อมกับปรัชญาว่า 


“ปัญญามี ดีต่อสังคม”

 

   ปีการศึกษา 2526ได้รับอนุญาตให้เปิดสอนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค (ปวท.) คณะบริหารธุรกิจ สาขาการบัญชี และ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) วิชาพณิชยกรรม สาขาการบัญชี
    ปีการศึกษา 2527ได้รับอนุญาตให้เปิดทำการสอนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) คณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการบัญชี
    ปีการศึกษา 2528ได้รับอนุญาตให้เพิ่มหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)  สาขาธุรกิจสถานพยาบาล และ สาขาการขาย
    ปีการศึกษา 2529ได้รับอนุญาตให้เปิดทำการสอนเพิ่มอีก 2 สาขา คือ สาขาการตลาด และสาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ในระดับ ปวส. และ ปวท.
    ปีการศึกษา 2531 ได้รับอนุญาตให้เปิดทำการสอนเพิ่มอีก 1 สาขา คือ สาขาธุรกิจบริการ(ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นสาขาธุรกิจโรงแรม)


    ดังนั้น นับตั้งแต่ปีการศึกษา 2526 เป็นต้นมาวิทยาลัยจึงเปิดสอนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ของกระทรวงศึกษาธิการ มี 2 สาขาวิชา คือ
                 1.    สาขาการบัญชี
                 2.    สาขาการขาย
    หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค (ปวท.) ของกระทรวงศึกษาธิการ 3 สาขาวิชาด้วยกัน ดังนี้คือ
                 1.    สาขาการบัญชี
                 2.    สาขาการตลาด
3.    สาขาธุรกิจโรงแรม
    หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ของกระทรวงศึกษาธิการ 3 สาขาวิชาด้วยกัน ดังนี้คือ
                 1.    สาขาการบัญชี
                 2.    สาขาการตลาด
                 3.    สาขาการโรงแรม


    ต่อมา ปีการศึกษา 2536กระทรวงศึกษาธิการเริ่มอนุญาตให้รับผู้จบ ม.6 เข้าศึกษาต่อระดับ ปวส. หลักสูตรปวท. จึงมีผู้เรียนน้อยลงตามลำดับ และในปีการศึกษา 2538 วิทยาลัยจึงงดเปิดสอนหลักสูตร ปวท.  โดยมุ่งจัดหลักสูตร ปวส. โดยรับผู้จบทั้งปวช. และ ม.6 เข้าเรียน และหลักสูตร ปวช. รับผู้จบ ม.3 หรือเทียบเท่าเข้าเรียน


    ปีการศึกษา 2538ได้รับอนุญาตให้เปิดทำการสอนหลักสูตร ปวส. เพิ่มอีก 1 สาขา คือ สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ
    ปีการศึกษา 2539ได้รับอนุญาตให้เปิดทำการสอนหลักสูตร ปวส. เพิ่มอีก 1 สาขา คือ สาขาการจัดการ
    ปีการศึกษา 2540ได้รับอนุญาตให้เปิดทำการสอน หลักสูตร ปวช. เพิ่มขึ้นอีก 1 กลุ่มวิชา คือ กลุ่มวิชาคอมพิวเตอร์ 
    ปีการศึกษา 2544ได้รับอนุญาตให้เปิดทำการสอน หลักสูตร ปวช. เพิ่มอีก 1 กลุ่มวิชา คือ  กลุ่มวิชาธุรกิจโรงแรม
    ปีการศึกษา 2546ได้รับอนุญาตให้เปิดทำการสอนหลักสูตรปวช. เพิ่มขึ้นอีก 1 กลุ่มวิชา คือ กลุ่มวิชาสาขางานภาษาต่างประเทศ
    ปีการศึกษา 2547ได้รับอนุญาตให้เปิดทำการสอนหลักสูตรระดับปวช.และปวส.เพิ่มขึ้นอีก


1 สาขา คือสาขาการโรงแรมและการท่องเที่ยว สาขางานการท่องเที่ยว ระดับปวช. และสายบริหารธุรกิจ  สาขาวิชาการท่องเที่ยว ในระดับปวส.

    ปีการศึกษา 2550ได้รับอนุญาตให้เปิดทำการสอนหลักสูตรระดับปวช.และปวส. เพิ่มขึ้นอีก 1 สาขา คือสาขางานธุรกิจสถานพยาบาล ระดับ  ปวช.และสายบริหารธุรกิจสาขาวิชาธุรกิจสถานพยาบาล ในระดับปวส. 

    ปีการศึกษา 2551 ได้รับอนุญาตให้เปิดสอนหลักสูตรตามรูปแบบการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ระดับ ปวช. ประเภทวิชาพาณิชยกรรม สาขาพณิชยการสาขางานธุรกิจค้าปลีก และปวส. ประเภทวิชาบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการจัดการธุรกิจค้าปลีก สาขางานธุรกิจบริการ กับประเภทวิชาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สาขาการจัดการธุรกิจการท่องเที่ยว และสาขาวิชาการโรงแรมและบริการ ,ทำ MOU กับ บริษัทเซ็นทรัล เรสเตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด, บางเทา บีช รีสอร์ท, บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) , บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) , ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดภูเก็ต และ มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์

    ปีการศึกษา 2552ได้รับอนุญาตให้เปิดทำการสอนหลักสูตรระดับ ปวส. เพิ่มขึ้นอีก 1 สาขาวิชา คือ สาขาภาษาต่างประเทศธุรกิจ

    ปีการศึกษา 2553 ได้ทำ MOU กับ Yunnan Provincial Tourism School, China

    ปีการศึกษา 2554 ได้ทำ MOU กับ สำนักงานบุณญานุช การบัญชี, บริษัท ภูเก็ต ส. ธุรกิจ จำกัด

    ปีการศึกษา 2555 ได้ทำ MOU กับ เอ็มเค เรสโตรองต์ จำกัด

    ปีการศึกษา 2557ได้รับอนุญาตให้ใช้หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) พุทธศักราช 2556ของกระทรวงศึกษาธิการ 6สาขาวิชา ดังนี้
        1.  สาขาวิชาการบัญชี                      2.  สาขาวิชาการตลาด
        3.  สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ         4.  สาขาวิชาการโรงแรม
        5.  สาขาวิชาภาษาต่างประเทศ         6.  สาขาวิชาการท่องเที่ยว
และทำ MOU กับ โรงแรมเมโทรโพล ภูเก็ต , ร้านศรีศุภลักษณ์ ออคิด, บริษัทเครือ Minor Group

    ปีการศึกษา 2558  วิทยาลัยได้รับอนุญาตให้ใช้หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ตามรูปแบบการจัดการอาชีวศึกษา พุทธศักราช 2557รวม 6 สาขาวิชา ดังต่อไปนี้
        1.  สาขาวิชาการบัญชี               2.  สาขาวิชาการตลาด
        3.  สาขาวิชาการโรงแรม            4.  สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ
        5.  สาขาวิชาการท่องเที่ยว        6. สาขาวิชาภาษาต่างประเทศธุรกิจ
และหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ระบบทวิภาคี คือ สาขาวิชาการโรงแรมและบริการ


 

 


 

ปรัชญาประจำวิทยาลัยเทคโนโลยีภูเก็ต

ปัญญามี  ดีต่อสังคม

 

ปรัชญาและจุดมุ่งหมาย

คณะผู้บริหารสถาบันในเครือตั้งตรงจิตร  มีความเชื่อมั่นว่า การจัดการศึกษาต้องมีความตั้งใจจริงที่จะมอบ สิ่ง ที่มีค่าแก่สังคม โดยนักศึกษาเป็นสื่อกลางที่สำคัญยิ่ง ที่จะถ่ายทอดคุณค่าต่างๆ ที่ผู้จัดการศึกษาสร้างสมและปลูกฝังให้ อันประกอบด้วยความรู้ด้านวิชาการอย่างดีเยี่ยม ความสามารถในการปฏิบัติถึงขั้นความชำนาญในวิชาชีพเฉพาะทาง วินัยในตนเองและในการทำงาน คุณธรรมและจรรยาบรรณในอาชีพจะคงอยู่และแพร่กระจายออกสู่สังคม ตราบชั่วชีวิตของผู้จบการศึกษาเหล่านั้น

จากความเชื่อนี้ จุดมุ่งหมายในการจัดการศึกษา นอกจากจะเน้นให้นักศึกษาเกิดความรู้ ทักษะ วินัย และคุณธรรมแล้ว ยังกำหนดให้ผ่านประสบการณ์ทางสังคมด้วยการให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมกลุ่ม ทั้งภายในและภายนอกเพื่อสามารถกำหนดบทบาทในสังคมให้แก่ตนเองในลักษณะและ สถานภาพต่างๆได้

เป้าหมายของอุดมการณ์ และจุดมุ่งหมายในการจัดการศึกษา ของวิทยาลัยเทคโนโลยีภูเก็ต จักต้องดำเนินการไปให้ถึงจุดที่ชัดเจนว่า ผู้จบการศึกษาออกไป นอกจากจะต้องสามารถสร้างประโยชน์และคุณค่าให้แก่ตนเองและสังคมแล้ว ยังจะต้องไม่สร้างภาระและความยุ่งยากให้แก่สังคมรอบตัวเขาเองอีกด้วย

จากปรัชญาและจุดมุ่งหมายข้างต้น จึงกำหนดเป็นคุณสมบัติที่จะต้องเสริมสร้างให้แก่ศิษย์ตั้งแต่เริ่มต้นเข้า เป็นนักศึกษา จนจบการศึกษา ออกไปสู่สังคมภายนอกได้

ปรัชญาวิทยาลัย  ปัญญามี  ดีต่อสังคม

 

ปัญญามี

ความรู้ก่อให้เกิดปัญญา ดังนั้นคนที่เข้ามาศึกษาในวิทยาลัยเทคโนโลยีภูเก็ต เพื่อเรียนรู้ทางวิชาการ ทั้งภาคทฤษฎี และปฏิบัติ ด้วยระบบการเรียนการสอนที่ดี นักเรียน นักศึกษา ย่อมเกิดความเข้าใจ เกิดความรู้ รวมทั้งความสามารถในการปฏิบัติ เกิดเป็นปัญญาประดุจแสงสว่างที่ส่องให้เห็นสรรพสิ่งต่างๆ และความสว่างแห่งปัญญาจะเพิ่มพูนขึ้น เพิ่มพูนขึ้นจนสามารถทำการสิ่งใดด้วยปัญญา ผลที่ตามมาคือความสำเร็จในชีวิตของตนเอง

 

ดีต่อสังคม

การอบรมสั่งสอนให้ทุกคนประพฤติดี ปฏิบัติดี มีจิตใจที่ดี มิใช่จะเป็นประโยชน์สำหรับตนเอง

เท่านั้น การแนะนำให้นำเอาสิ่งดีต่างๆ ไปก่อประโยชน์กับสังคมภายนอก สังคมในหมู่พวก สังคมในครอบครัว และสังคมในวงกว้าง ผลดีที่กระทำไปย่อมกลับมาสู่บุคคลผู้นั้น ในยุคแห่งโลกาภิวัฒน์ มนุษย์จะอยู่โดดเดี่ยวหรือเห็นแก่ตัวไม่ได้ สังคมจะมีวงแคบเข้ามา สังคม  คือปัจจัย หนึ่งที่สำคัญ ต่อการดำรงชีวิต

 

คนที่เพียบพร้อมด้วยปัญญา หากรู้จักทำความดีต่อสังคมด้วยแล้ว ย่อมทำให้ครอบครัวและประเทศชาติมีแต่ความสงบสุขอย่างดียิ่ง


 

ข้อมูลบริการ

 

ข้อมูลสังคมและเศรษฐกิจ

JSN Solid template designed by JoomlaShine.com